คำถามและคำตอบ ที่ผู้ปกครองอยากทราบเกี่ยวกับโรงเรียนดรุณพัฒน์

  • โรงเรียนดรุณพัฒน์สอนโดยใช้หลักสูตรอะไร

ดรุณพัฒน์จัดการเรียนการสอนในระบบ English Program โดยเรียนแบบสองภาษา (ไทย / อังกฤษ) ซึ่งมีสัดส่วนเรียนเป็นภาษาอังกฤษประมาณ 70% และภาษาไทยประมาณ 30% ในระดับชั้น G.1-G.3 และระดับอื่นจะปรับตามความเหมาะสม แต่ไม่น้อยกว่า 50 : 50 เป็นไปตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2551 ในรูปแบบ English Program ของกระทรวงศึกษาธิการ 

 

  • เปิดสอนระดับชั้นไหนบ้าง

ดรุณพัฒน์ได้เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้น  Pre G.1 และ Grade 1 – Grade 12 (ประถมศึกษาปีที่  1–มัธยมศึกษาปีที่ 6)


  • แนวการสอนของโรงเรียนเน้นวิชาการ หรือบูรณาการ

การเรียนการสอนของดรุณพัฒน์ แต่เราจะเน้นการพัฒนาร่างกายและจิตใจ คิดเป็น มีเหตุ-ผล สามารถปฏิบัติได้ด้วยวิธีสอนหลายรูปแบบ โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเล่น  มีการทดลองปฏิบัติจริงซึ่งนำวิธีการมาจากเนื้อหาที่อยู่ในการเรียนทางทฤษฎีนั่นคือ การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ Learning by Doing โรงเรียนฯ ไม่ได้เน้นการเรียนเฉพาะในห้องเรียน แต่จะมีกิจกรรมนอกห้องเรียนเพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง อีกทั้งยังส่งเสริมให้เด็กๆ กล้าคิดกล้าแสดงออก, มีความมั่นใจในตนเอง และส่งเสริมด้านวิชาการควบคู่กันไปด้วยโดยโรงเรียนฯมีแนวการสอนโดยเรียนรู้ผ่านการเล่น เรียนให้ได้วิชาสนุกให้ได้ภาษา  


  • สัดส่วนการสอนเป็นภาษาอังกฤษประมาณ 70%  คือวิชาอะไรบ้าง

วิชาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ คือ ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภูมิศาสตร์, อาเซียนศึกษา, World History, คอมพิวเตอร์, สุขศึกษา, Club และดนตรี 


  • สัดส่วนการสอนเป็นภาษาไทยประมาณ 30%  คือวิชาอะไรบ้าง

วิชาที่สอนเป็นภาษาไทย คือ ภาษาไทย, สังคมศึกษา, ประวัติศาสตร์ไทย, การงานพื้นฐานอาชีพ, พละ, นาฏศิลป์ และศิลปะ 

 

  • มีสอนภาษาจีนด้วย สอนชั้นใดบ้าง และสัปดาห์ละกี่คาบ

การเรียนภาษาจีน เริ่มเรียนตั้งแต่ชั้น Grade 1–Grade 12 โดยชั้น G.1–G.3 เรียน  1 คาบ/สัปดาห์ไม่คิดหน่วยกิตชั้น G.4 – G.9 เรียน  2 คาบ/สัปดาห์ คิด 1 หน่วยกิต สำหรับชั้น G.10 – G.12 ที่เลือกเรียน ศิลป์+ภาษานั้น จะเรียน ภาษาอังกฤษ+จีน  โดยเรียนภาษาจีน  5 คาบ / สัปดาห์


  • สัดส่วนครูต่างชาติและครูไทย แบ่งการสอนอย่างไร, ลักษณะไหน, สอนซ้ำกันหรือเปล่า

ครูไทยจะสอนเฉพาะวิชาที่เรียนเป็นภาษาไทยและสาระที่เกี่ยวกับวิชาสังคมไทย, ประวัติศาสตร์ไทยและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ส่วนวิชาที่ต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษนั้นจะสอนโดยครูต่างชาติเฉพาะนักเรียนชั้น G.1 - G.3   จะมีครูไทยเข้าไปเป็นครูผู้ช่วยดูแลชั้นเรียน   และในกรณีที่ครูต่างชาติต้องการให้ช่วยเท่านั้น 


  • ครูต่างชาติมาจากประเทศใดบ้าง

ครูต่างชาติของดรุณพัฒน์เป็น Native Speaker ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ คือ อเมริกา, อังกฤษ แคนาดา, ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์โดยต้องจบการศึกษาปริญญาตรีเป็นขั้นต่ำ, ในด้านการศึกษาหรือมีประสบการณ์ด้านการสอนจากในประเทศ หรือภายนอกประเทศไม่น้อยกว่า 2 ปี


  • เปลี่ยนครูต่างชาติและครูไทยบ่อยหรือไม่

ดรุณพัฒน์รับสมัครคัดเลือกครูต่างชาติ และครูไทยด้วยตนเอง ไม่ใช้เอเจนซี่ ซึ่งทำให้สามารถเลือกครูที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เข้ามาทำงาน และมีสัญญาการจ้างงานปีต่อปี ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบเรื่องครูต่างชาติลาออกบ่อย หรือเปลี่ยนครูบ่อย เพราะส่วนมากครูต่างชาติของโรงเรียน จะมีครอบครัวเป็นคนไทยและมีบุตรหลานเรียนที่นี่ด้วย 

 

  • วิธีการคัดเลือกครูไทย และครูต่างชาติ

สำหรับครูไทย:  จะต้องจบการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรีทางด้านการศึกษา ตรงตามสาขาวิชาที่สอน   และมีประสบการณ์ในการสอนไม่ต่ำกว่า  ปี  โดยผ่านการสอบสอน และสอบสัมภาษณ์ด้านทักษะภาษาอังกฤษ และการใช้คอมพิวเตอร์

สำหรับครูต่างชาติ:  จบการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี  ในสาขาวิชาที่ตรงตามสาขาที่ตนเองสอน   และมีประสบการณ์ในการสอนในประเทศหรือต่างประเทศไม่ต่ำกว่า ปี    ซึ่งถ้ามีครอบครัวในเมืองไทยจะพิจารณาเป็นพิเศษ 

 

  • จำนวนนักเรียนต่อห้องเท่าไหร่ และมีครูประจำชั้นกี่คน

สัดส่วนของนักเรียนต่อห้อง ของแต่ละระดับชั้น

ชั้น Pre G.1                        จำนวนนักเรียน  25  คน / ห้อง 

ชั้น Grade 1 - Grade 6         จำนวนนักเรียน  25  คน / ห้อง 

ชั้น Grade 7 – Grade 12      จำนวนนักเรียน  30  คน / ห้อง 

สัดส่วนของครูประจำชั้นต่อห้อง ของแต่ละระดับชั้น

ชั้น Pre G.1                        ครูประจำชั้น  3  คน  คือ ครูไทย  คน, ครูต่างชาติ  1  คน และ ครูผู้ช่วย  คน 

 ชั้น Grade 1 - Grade 6        ครูประจำชั้น  2  คน  คือ  ครูไทย  คน, ครูต่างชาติ  1  คน 

ชั้น Grade 7 – Grade 12      ครูประจำชั้น  คน  คือ  ครูไทย  คน, ครูต่างชาติ  1  คน


  • จบชั้น ป.6 ที่ดรุณพัฒน์แล้ว ส่วนมากเด็กไปเรียนต่อที่ไหน

เมื่อเด็กเรียนจบชั้น ป.6 แล้วส่วนมากจะเรียนต่อ ม.1 ที่ดรุณพัฒน์ แต่จะมีนักเรียนบางส่วนเฉลี่ย 30% จะสอบเข้าเรียนต่อโรงเรียนรัฐบาลชื่อดัง เช่น โรงเรียนโยธินบูรณะ, โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, โรงเรียนสาธิตสวนสุนันทา, โรงเรียนสวนกุหลาบ ฯลฯ 

 

  • จบชั้น ม.6 จากดรุณพัฒน์ สามารถ ENTRANCE เหมือนนักเรียนหลักสูตรไทยได้หรือเปล่า

สามารถสอบ Entrance เข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลเหมือนนักเรียนหลักสูตรไทยได้ปกติ เพราะดรุณพัฒน์เป็นโรงเรียน English Program  สอนตามหลักสูตรกระทรวงฯ  ซึ่งจะต้องสอบวัดความรู้ระดับต่างๆ ที่กระทรวงฯ กำหนด เช่น 

O-Net,  NT, GAT, PAT ฯลฯ


  • จบชั้น ม.6 จากดรุณพัฒน์แล้ว สอบผ่านเข้ามหาวิทยาลัยอะไรได้บ้าง

นักเรียนที่จบ ม.6 ของที่นี่สามารถ Entrance เข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, .ธรรมศาสตร์ ม.มหิดล, .เชียงใหม่, .อัสสัมชัญ, .รังสิต, .กรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งภาค International และภาคปกติ และมีบางส่วนไปศึกษาต่อต่างประเทศ และเรียนวิทยุการบินพลเรือนภาค Inter ซึ่งส่วนมากจะเลือกเรียนที่ตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นสำคัญ


  • เรียนหลักสูตร English Program แล้วจะเปลี่ยนไปเรียนหลักสูตรไทยได้หรือไม่

สามารถเปลี่ยนไปเรียนหลักสูตรไทยได้ เพราะเป็นหลักสูตร English Programสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้สามารถโอนย้ายไปเรียนหลักสูตรไทยได้ 

 

  • รับนักเรียนชั้น Pre G.1 และ G.1 ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ และต้องทำอย่างไรบ้าง 

รับสมัครนักเรียนชั้น Pre G.1 อายุระหว่าง 5 – 6 ขวบ และชั้น G.1 อายุระหว่าง 6 – 7 ขวบ โดยเข้ามาติดต่อกรอกใบสมัครและนำเด็กมาทดสอบข้อเขียนภาษาอังกฤษและภาษาไทย พร้อมสัมภาษณ์ผู้ปกครองโดยผู้อำนวยการหรือผู้บริหาร


  • ถ้าให้ลูกเรียน English Program แต่พ่อแม่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จะสอนการบ้านลูกอย่างไร

ในกรณีที่มีการบ้าน พยายามให้เด็กทำการบ้านด้วยตนเอง อย่าพยายามช่วยทำหรือบอกคำตอบ ถ้าเด็กๆ ทำไม่ได้ให้นำกลับมาให้คุณครูผู้สอนอธิบายหรือช่วยในเรื่องการบ้านขอให้ผู้ปกครองช่วยดูแลเรื่องความรับผิดชอบต่างๆ และทำการบ้านให้ครบ, และโรงเรียนมีคอร์สเรียนพิเศษตอนเย็น คือ Home work สำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องทำการบ้าน เพื่อช่วยลดภาระผู้ปกครองที่สอนการบ้านไม่ได้ และช่วยให้เด็กใช้เวลาระหว่างรอผู้ปกครองมารับทำการบ้าน หรือ กรณีที่ทำไม่เสร็จ สามารถทำการบ้านที่เหลือด้วยตนเองที่บ้านได้  

 

  • จุดเด่นของโรงเรียนดรุณพัฒน์

ประการแรกคือ ครูต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษเป็นเจ้าของภาษาซึ่งมาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ จำนวน 5 ประเทศเท่านั้นคือ อังกฤษ   อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ประการที่สองคือ โรงเรียนจะเน้นให้นักเรียนได้ เรียนรู้ผ่านการเล่น เน้นกิจกรรม สร้างสรรค์ อีกทั้งการเล่นนั้นต้องได้ วิชาและภาษา

ประการที่สามคือ จำนวนนักเรียนของดรุณพัฒน์มีสัดส่วนที่เหมาะสม ครูดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง คือ มีอัตราครูต่อนักเรียนอยู่ที่ครู 1 คน ต่อ นักเรียน 6 คน 

ประการที่สี่คือ โรงเรียนใช้ High Technology เป็นสื่อช่วยในการสอนและเรียนรู้ เพราะปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสาร นักเรียนจำเป็นต้องก้าวให้ทันโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรที่จะสามารถ สืบค้น คิดค้น แสวงหาและแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมาได้เป็นอย่างดี ในห้องเรียนทุกห้องมี Computer และ Projector สามารถคีย์ข้อมูลจาก Net ขึ้นจอได้เลย และโรงเรียนมีระบบ WiFi ครูสามารถใช้ PowerPoint ประกอบการสอน โดยนักเรียนจะได้เห็นสื่อที่เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

ประการที่ห้า  คือ โรงเรียนเราไม่ได้เน้นเฉพาะให้นักเรียนมีความสามารถทางด้านวิชาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังปลูกผังเรื่องกิริยา, มารยาท, ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมไทย พร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าทำตามแบบของชาวตะวันตกด้วย เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นไทยกับความเป็นสากลอย่างลงตัว

ประการที่หกคือ เน้นสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ปกครอง, นักเรียน และโรงเรียน เพื่อร่วมมือกันส่งเสริมและสนับสนุนให้บุตรหลานมีศักยภาพด้านต่างๆ รวมทั้งรับฟังและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อให้โรงเรียน และนักเรียนพัฒนาไปพร้อมกัน โดยเราทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน คือ ครอบครัวดรุณพัฒน์   

ประการที่เจ็ด  คือ  สถานที่ตั้งโรงเรียนเดินทางสะดวก และอาคารและสถานที่สะอาด กว้างขวาง มีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรม และสภาพแวดล้อมร่มรื่น  สวยงาม 


  • เรียน English Program กับดรุณพัฒน์จบแล้ว ความสามารถด้านภาษาอังกฤษอยู่ในระดับไหน

ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของเด็กระหว่างที่เรียนอยู่ที่ดรุณพัฒน์นั้น ระดับชั้น ป.2 สามารถเขียนเรียงความภาษาอังกฤษฉบับสั้นได้แล้ว ซึ่งเด็กที่จบ ป.6 สามารถ ฟัง, พูด, อ่าน และเขียนได้ โดยโรงเรียนฯ มีการวัดความสามารถทางการใช้ภาษาของนักเรียนระดับชั้น ป.4 –.6 ด้วยข้อสอบมาตรฐานสากล (Cambridge ESOL Examination) เพื่อวัดระดับความสามารถของเด็กและนำผลที่ได้มาปรับปรุงในงานด้านวิชาการให้มีประสิทธิภาพขึ้น  ในระดับ G.4 – G.6 จะเน้นทักษะการเขียนเรียงความขั้นสูงมากขึ้นเพื่อเตรียมตัวในการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาต่อไป

 

  • ผลงานทางด้านวิชาการของดรุณพัฒน์มีอะไรบ้าง
  1. รางวัลผล  O-net เหรียญทองระดับชั้น ป.6  ประจำปีการศึกษา 2552
  2. รางวัลผล O-net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ม.3 ประจำปีการศึกษา 2552
  3. รางวัลผล O-net เหรียญเงิน ระดับชั้น ป.6 ประจำปีการศึกษา 2553
  4. รางวัลผล O-net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ม.3 ประจำปีการศึกษา 2553
  5. รางวัลผล O-net เหรียญทองแดง ระดับชั้น ม.6 ประจำปีการศึกษา 2553
  6. รางวัลแข่งขันทางวิชาการ ซึ่งได้รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่ง, สอง และสาม  เช่น แข่งขันตอบปัญหาภาษาอังกฤษคณิตศาสตร์, กล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ, เล่านิทานภาษาไทย, ร้องเพลงภาษาจีน และอื่นๆ อีกมากมาย  ตลอดปีการศึกษา

 

  • โรงเรียนมีระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง

โรงเรียนค่อนข้างเน้นในเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนมากเป็นพิเศษ ภายในบริเวณโรงเรียนมีกล้องวงจรปิดครอบคลุมทั่วบริเวณโรงเรียน และห้องเรียนประจำชั้นและห้องเรียนหลัก เพื่อคอยดูแลนักเรียนตลอดเวลา โดยเวลาปกติจะไม่เปิดประตูให้บุคคลภายนอกเข้ามา หรือหากมีผู้มาติดต่อโรงเรียน จำเป็นที่จะต้องแลกบัตรผ่านที่บริเวณป้อมยามก่อน จึงจะสามารถเข้ามาได้ รวมทั้งเวลามารับก็จะให้ผู้ปกครองมาเซ็นชื่อรับก่อนที่จะให้น้องกลับบ้าน (นักเรียน Pre G.1 – G.3) และสำหรับน้องที่กลับรถโรงเรียนก็จะมีเจ้าหน้าที่นั่งรถไปกับน้องด้วยทุกครั้ง ทั้งไปรับและมาส่ง

 

  • ค่าเทอมเท่าไหร่ 

เอกสารเรื่องค่าใช้จ่ายสามารถโทรติดต่อสอบถาม หรือขอรับเอกสารได้ที่ประชาสัมพันธ์โรงเรียนซึ่งโรงเรียนฯ มีโครงการสินเชื่อเพื่อการศึกษาด้วย

 

 

  • เด็กที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาจะเรียนได้หรือไม่  โรงเรียนมีวิธีช่วยยังไงบ้าง

น้องที่มาจากโรงเรียนไทย และไม่มีพื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษ คุณครูจะมีการดูแลเด็กเป็นพิเศษ โดยการจัดสอนพิเศษเรียนเสริมช่วงเย็น (คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม) โดยเด็กจะมีการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 1 เทอม โดยเด็กส่วนมากจะสามารถเรียนตามเพื่อนได้ทัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานของตัวเด็กเป็นสำคัญด้วย ประกอบกับการสนับสนุนจากครอบครัว เช่น พ่อ แม่ สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษง่ายๆ ขั้นพื้นฐานกับลูกบ้าง, ฟังเพลง, ดูภาพยนตร์ (ภาษาอังกฤษ

 

  • มีรถรับ ส่ง หรือเปล่า คิดค่าใช้จ่ายอย่างไร

รถรับ-ส่ง เป็นการให้บริการเสริม กรณีที่มีจำนวนนักเรียนมีเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในเส้นทางนั้น โดยคิดค่าใช้จ่ายตามระยะทาง ซึ่งถ้าต้องการรถรับส่ง ต้องกรอกเอกสารพร้อมเขียนแผนที่เพื่อเช็คเส้นทางการวิ่งรถและราคาค่ะ

 

  • อาหารและอาหารว่างเป็นอย่างไร หากนักเรียนเล็กๆ ไม่ยอมทานอาหาร คุณครูมีวิธีดูแลอย่างไร

อาหารกลางวันจะจัดเป็นอาหารไทย 2 ชนิด และอาหารต่างชาติ 1 ชนิด พร้อมข้าวและผลไม้ สำหรับอาหารว่างทั้งสองมื้อ จะเป็นเบเกอรี่, นม, ขนมไทย และน้ำหวาน ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันไป สำหรับนักเรียนที่ไม่ทานข้าวกลางวัน ครูประจำชั้นจะพยายามชักชวน และคอยให้แรงเสริมเพื่อให้น้องทาน และคอยดูแลจนกว่าจะทานหมด

 

  • มีการบ้านเยอะหรือไม่  ในกรณีผู้ปกครองไม่มีเวลาสอนการบ้านจะทำอย่างไร

การบ้านมีตามปกติของแต่ละช่วงชั้น โดยขอให้ผู้ปกครองช่วยดูแลให้เด็กๆ ทำการบ้านให้เสร็จ สำหรับผู้ปกครองที่ไม่มีเวลา โรงเรียนฯ ได้จัดคอร์สเรียนพิเศษเสริมตอนเย็นในวิชา Home work เพื่อช่วยให้เด็กๆ สามารถทำการบ้านได้โดยมีคุณครูคอยอธิบาย เพื่อให้นักเรียนสามารถทำการบ้านได้ด้วยตนเอง 

 

  • ถ้าเด็กเรียนไม่เก่ง หรืออ่อนวิชาพื้นฐาน ฝ่ายวิชาการมีวิธีแก้ไขอย่างไร

ฝ่ายวิชาการจะให้ครูผู้สอนและครูประจำชั้นประเมินเด็กแต่ละคนว่าอ่อนวิชาอะไร เพื่อแจ้งให้ผู้ปกครองทราบและขอความร่วมมือให้เด็กเรียนเสริมในวิชาที่อ่อนเพื่อปรับพื้นฐานและสอนเสริมในกรณีที่เด็กไม่เข้าใจบทเรียนในชั่วโมง และเน้นให้ดูแลเอาใจใส่เด็กเป็นกรณีพิเศษ โดยปกติจะจัดสอนเสริมใน 3 วิชาหลัก คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย 

 

  • ถ้าเด็กเรียนดี แล้วต้องการเรียนเพิ่มเติม ฝ่ายวิชาการสนับสนุนอย่างไร

ฝ่ายวิชาการจัดสอนเสริมสำหรับนักเรียนที่เรียนดี ใน 3 วิชาหลักเช่นกัน รายละเอียดติดต่อกับฝ่ายวิชาการ

  

  • การลงโทษนักเรียนของที่นี่ เป็นอย่างไร
  1. ลงโทษด้วยวิธีตักเตือนเป็นคำพูด 
  2. ลงโทษตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อเด็กกระทำผิดหลายครั้ง  และหักคะแนนความประพฤติ
  3. แจ้งผู้ปกครองเพื่อเรียกคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น (มีพฤติกรรมต่อเนื่อง)

 

  • หนังสือเรียนของดรุณพัฒน์ ใช้ของประเทศอะไร

เนื่องจากดรุณพัฒน์ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2551 ในการสอน ดังนั้นการเลือกหนังสือต่างประเทศจึงจำเป็นต้องเลือกเนื้อหา ให้มีความใกล้เคียงกับเนื้อหาของกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุด หนังสือที่เราเลือกใช้ส่วนใหญ่เป็นหนังสือจากประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากคำศัพท์และภาษาที่ใช้ไม่ยากจนเกินไป เพราะประเทศสิงคโปร์ก็ถือว่าเป็นหลักสูตรที่จำเป็นต้องเรียน 2 ภาษาเหมือนกันคือ จะเรียนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน สำหรับหนังสือเสริมบางส่วนจะนำเข้าจากประเทศอังกฤษและอเมริกา ส่วนหนังสือที่สอนเป็นภาษาไทย จะเลือกหนังสือจากสำนักพิมพ์ที่ได้มาตรฐาน และมีเนื้อหาตรงตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ

 

  • วิชาพละ เรียนเกี่ยวกับกีฬาอะไรบ้าง

ชั้น Pre G.1 – G.3 เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐานการเคลื่อนไหวของร่างกาย และกีฬาว่ายน้ำ และ G.4 ขึ้นไปเรียนรู้กีฬาเบื้องต้นแต่ละชนิด เช่น บาสเก็ตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล แชร์บอล ปิงปอง ฟุตซอล เป็นต้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายให้มีความแข็งแรง และเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ รู้จักประโยชน์ของการออกกำลังกาย มีน้ำใจนักกีฬา รู้จักแพ้-ชนะ รู้อภัย บางครั้งเป็นการเล่นเกมฝึกนักเรียนให้เล่นกีฬาเป็น และดูเป็นคือมีมารยาทในการดูกีฬาด้วย และที่สำคัญคือ การรู้จักทำงานเป็นทีม

 

  • โรงเรียนมีกิจกรรมเสริมทักษะอะไรให้แก่นักเรียนบ้าง

มีกิจกรรมเสริมทักษะด้าน ศิลปะ, ดนตรี (ขิม, Ukulele, เปียโน, HipHop, ดนตรีสากล) กีฬา (ว่ายน้ำ, เทควันโด, ยิมนาสติก) นาฏศิลป์ (รำไทย, บัลเล่ย์) คอมพิวเตอร์ และภาษาจีน เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ และค้นหาความสามารถพิเศษตนเอง เพื่อพัฒนาให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น

 

  • มีสอนพิเศษหลังเลิกเรียนไหม, วิชาอะไรบ้าง และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

มีคอร์สพิเศษหลังเลิกเรียนมากกว่า 20 คอร์ส โดยจะแบ่งเป็นวิชาพื้นฐานที่เด็กเรียนอ่อนในชั้นเรียน ต้องเรียนเสริม โดย โดยคุณครูผู้สอนจะเป็นผู้ประเมินเด็ก และส่งรายชื่อให้ฝ่ายวิชาการแจ้งผู้ปกครอง และมีคอร์สกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และค้นหาความสามารถพิเศษและสิ่งที่ตนเองชอบและสนใจ เช่น ศิลปะดนตรี, นาฏศิลป์, ภาษาจีน, คณิตคิดเร็ว, ว่ายน้ำ, เทควันโด, บัลเล่ต์, ยิมนาสติกลีลา, ไวโอลีน, เปียโน, Ukulele 

 

 

  • ผู้ปกครองมาส่งเด็กที่โรงเรียนเช้าที่สุดกี่โมง และ รับกลับบ้านช้าที่สุดได้กี่โมง

สามารถมาโรงเรียนเช้าสุดได้ตั้งแต่  7.00 . และรับกลับบ้านช้าสุดได้ไม่เกิน 5 โมงเย็นค่ะ

 

  • ถ้าผู้ปกครองอยากติดต่อครูประจำชั้น ทำได้อย่างไร

สามารถติดต่อครูประจำชั้นได้ ผ่านทาง Contact Book ที่ให้นักเรียนทุกคน และผ่านทาง Facebook ของโรงเรียน หรือของแต่ละห้อง เพื่อสะดวกในการรับ-แจ้งข่าวสาร สำหรับผู้ปกครองที่ไม่มีเวลา สามารถโทรติดต่อกับครูประจำชั้น หรือติดต่อผ่านประชาสัมพันธ์โรงเรียนได้ค่ะ

 

  • จะเข้ามาดูโรงเรียนวันเสาร์ อาทิตย์ได้หรือไม่

โรงเรียนดรุณพัฒน์สะดวกให้เข้าเยี่ยมชมเฉพาะวันธรรมดาเท่านั้นค่ะ โดยสามารถโทรสอบถาม และนัดเยี่ยมชมได้ทุกวันทำการ เวลา 8.00-16.30 . หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.daroonpat.ac.th และ www.facebook/daroonpat

 

  • ถ้าอยากย้ายโรงเรียนมาเรียนที่ดรุณพัฒน์ ทำได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไร

สามารถย้ายมาเรียนที่ดรุณพัฒน์ได้ ในกรณีที่ชั้นเรียนนั้นมีที่ว่าง และต้องนำเด็กมาทดสอบและสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษรวมทั้งสัมภาษณ์ผู้ปกครองโดยครูใหญ่ด้วย โดยทางโรงเรียนฯจะแจ้งผลการทดสอบ ณ วันนั้นเลย

 

  • ต้องการเข้า ม.1 ที่ดรุณพัฒน์ แต่มาจากหลักสูตรโรงเรียนไทย จะสามารถเรียน English Program ได้มั้ย

เรียนได้ค่ะ สำหรับนักเรียนที่จบ ป.6 หลักสูตรไทย ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป และผลการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ 4 โดยโรงเรียนมีหลักสูตรเร่งรัดเพื่อพัฒนาและปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี โดยในปีที่ 3 เด็กสามารถเรียนร่วมกับเพื่อนหลักสูตร EP ปกติได้

 

  • ระดับ ม.4 ที่ดรุณพัฒน์เปิดเรียนสายอะไรบ้าง

ในระดับ ม.4 โรงเรียนมีเปิดสายเรียน สายคือ สายวิทย์-คณิตศาสตร์ศิลป์-คำนวนศิลป์-ภาษา (อังกฤษ+จีน)


              weeklymenu

News Update

      upcomingevents

Latest Events

14 September 2014
ดรุณพัฒน์ได้จัดงานวันสถาปนาโรงเรียน ฉลองครบรอบ 10 ปี ในวันจันทร์ที่ 8 กั...
04 September 2014
ดรุณพัฒน์จัดกิจกรรมสัปดาห์ห้องสมุด ระหว่างวันที่ 25-29 สิงหาคม 57  โดยมีพิธ...
31 August 2014
ในช่วงบ่ายของกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ เด็กๆ ได้เรียนรู้และสนุกกับกิจกรร...
31 August 2014
กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2557 โดยช่วงเช้า มีกา...
25 August 2014
ดรุณพัฒน์จัดกิจกรรม "พิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 82 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ ...